“เลวานดอฟสกี้” ยันชัด “ซาเน” จะช่วยให้ บาเยิร์น แกร่งขึ้นอีกมาก



โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงสัญชาตญาณสูงของ บาเยิร์น มิวนิค ยืนยันว่าถ้า เลรอย ซาเน ย้ายมาจากทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ จริงๆ จะยกระดับความแกร่งให้ทัพเสือใต้ได้อย่างมากมายจริง

"จนถึงตอนนี้มีประเด็นระหว่าง เลรอย ซาเน กับ บาเยิร์น มิวนิค เกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ยังไม่ได้ปิดดีลกันจริง ๆ ตามข่าวลือ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนเองคงกำลังรออยู่เช่นกัน" เลวาน กล่าวผ่านเว็บไซต์ทางการ

"แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือ ซาเน เป็นนักฟุตบอลที่เก่งมาก เขายังอายุน้อยแต่ก็เปี่ยมด้วยทักษะชั้นสูง สามารถสร้างสรรค์จังหวะบุกให้สอดประสานกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างราบรื่นและทรงประสิทธิภาพ"

"เราเห็นกันแล้วว่านอกจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เด็กคนนี้ยังเล่นดีมากบนเวที ยูฟา แชมเปียนส์ลีก อีกด้วย ซึ่งพวกเราที่ค้าแข้งอยู่ใน บุนเดสลีกา รู้จัก ซาเน มาตั้งแต่เล่นให้ ชาลเก้ 04 แล้ว"

"ฉะนั้นถ้าเขาย้ายมาอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค จริง ๆ ล่ะก็ จะต้องเพิ่มมิติเข้าทำให้พวกเราได้อีกมากมายหลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว"

ไม่ลืมบุญคุณสังกัดเก่า! “ฟานไดค์” ซื้อตั๋วปีช่วยพยุงการเงินโกรนิงเก้น

หล่อ เก่ง แถมใจบุญ… เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังจอมแกร่ง ลิเวอร์พูล ยื่นมือช่วยเหลือต้นสังกัดเก่าอย่าง โกรนิงเก้น ด้วยการซื้อตั๋วปีสำหรับการแข่งขันซีซั่นหน้า 4 ใบ เพื่อเอาไปแจกแฟนบอล

           เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยอดเซนเตอร์แบ็กชาวดัตช์ของ ลิเวอร์พูล เจียดเงินซื้อตั๋วปี จำนวน 4 ใบ สำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2020/21 ของ โกงนิงเก้น ต้นสังกัดเก่าในศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ เพราะต้องการช่วยสโมสรให้มีรายได้ หลังจากที่การแข่งขันลีกสูงสุดแดนกังหันลมฤดูกาลนี้ถูกยกเลิกกลางคัน เนื่องจากเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

          ด้วยการที่ศึก เอเรดิวิซี่ ฤดูกาลนี้ ถูกตัดจบก่อนกำหนด ทำให้ทุกสโมสรในลีก รวมถึง โกรนิงเก้น สูญเสียรายได้จำนวนมหาศาล ซึ่ง ฟาน ไดค์ ก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ต่อสโมสรที่ช่วยปลุกปั้นเขาจนกลายเป็นนักเตะระดับโลกเช่นทุกวันนี้

              "ผมได้ซื้อตั๋วปีสำหรับการแข่งขันฤดูกาลหน้าจำนวนสี่ใบ เพื่อช่วยเหลือ @fcgroningen ในช่วงเวลาที่ยากลำบากครั้งนี้ สำหรับตั๋วนี้ทั้งหมดนี้จะนำมาจับสลากแจกแฟนๆ ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยตัวเอง" ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์วัย 28 ปี โพสต์ข้อความลงใน ทวิตเตอร์

           ทั้งนี้ ฟาน ไดค์ เป็นเด็กปั้นของ โกรนิงเก้น โดยเจ้าตัวก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2011 และอยู่รับใช้สโมสรแบบเต็มๆ 2 ฤดูกาล (ลงเล่นไปทั้งสิ้น 66 นัด ทำได้ 7 ประตู) ก่อนเก็บข้าวของย้ายไปค้าแข้งที่ สกอตแลนด์ กับ เซลติก จากนั้นก็โยกมาโลดแล่นในเวที พรีเมียร์ลีก กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนมายิ่งใหญ่กับ "หงส์แดง" ในปัจจุบัน

เห็นด้วยไหม! เปรียบเทียบสโมสรใน บุนเดสลีกา กับทีม พรีเมียร์ลีก

ในที่สุดฟุตบอลก็กลับมาลงแข่งกันอีกครั้ง หลังจากที่ต้องหยุดพักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดย บุนเดสลีกา เยอรมนี หนึ่งในห้าลีกยักษ์ใหญ่ในยุโรป จะมีการประเดิมการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้

    เพื่อเป็นการต้อนรับความมันของเกมลูกหนังที่ห่างหายไปนานเกือบ 3 เดือน เดอะ ซัน สื่อดังในอังกฤษ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับความตื่นเต้นครั้งนี้ด้วยการเปรียบเทียบ 18 สโมสรในลีกสูงสุดเมืองเบียร์ว่าควรเป็นทีมไหนในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    งานนี้ต้องบอกว่าเป็นแค่การเปรียบเทียบเอาแบบสนุกๆ อาจจะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ก็คิดซะว่าเป็นสีสันเพื่อต้อนรับการกลับมาของฟุตบอล กีฬาที่มีผู้คนชื่นชอบ และเฝ้าติดตามมากที่สุดในโลก !!

บาเยิร์น มิวนิค
อันดับในลีก : 1
เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค 
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

      เนื่องจาก "เสือใต้" เป็นยักษ์ใหญ่ในประเทศเยอรมนี และแน่นอนว่ามีทั้งคนรักและคนเกลียดทั่วบ้านทั่วเมือง

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : บาเยิร์น คว้าแชมป์ลีก 7 สมัยติดต่อกัน และคว้าแชมป์ลีกรวมแล้วถึง 29 สมัย พูดแบบชาวบ้านก็ประมาณยังไม่ทันลงแข่งก็แทบจะคว้าแชมป์แบบแบเบอร์
 
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
อันดับในลีก : 2
เทรนเนอร์ : ลูเซียน ฟาฟร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล

 

     เพราะพวกเขามี เจอร์เก้น คล็อปป์ กุมบังเหียน ซึ่งก็เคยคุม "เสือเหลือง" แถมใช้ "ยู วิลล์ เนเวอร์ วอล์ก อะโลน" (You Will Never Walk Alone) เป็นเพลงประจำสโมสรเหมือนกันอีก อะไรมันจะเหมาะเจาะลงตัวขนาดนี้

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : "เยลโล่ วอลล์" หรือ "กำแพงเหลือง" เปรียบได้กับสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก มันสามารถทำให้คู่แข่งถึงกับขาสั่น และต้องเสียสมาธิเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่ากองเชียร์จำนวนมหาศาล คล้ายกับสนามแอนฟิลด์ไหมละ

แอร์เบ ไลป์ซิก
อันดับในลีก : 3
เทรนเนอร์ :   ยูเลียน นาเกิลส์มันน์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

 

     ง่ายๆ สั้นๆ เลยก็คือรวยนั่นแหละ แต่ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีแฟนบอลทีมอื่นๆ ชื่นชอบ ส่วน ไลป์ซิก ไม่ใช่แบบนั่นนะซิ

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : พวกเขาพยายามสร้างทีมในสไตล์แบบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เน้นกองหลัง 3 ตัว, มีนักเตะที่เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ส่วนคนอื่นๆ เติมเกมบุกแบบบ้าคลั่ง
 
โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค
อันดับในลีก : 4
เทรนเนอร์ :  มาร์โค โรส
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : อาร์เซน่อล

 

 

     ก็ต้องบอกว่านี่คือทีมใหญ่ ประสบความสำเร็จมากมายในช่วงยุค 70 แต่ปัจจุบันไม่สามารถสร้างความยิ่งใหญ่เหมือนกับในอดีตได้เลย

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : นี่คือสโมสรที่ทำให้ทุกๆ คนต้องอมยิ้ม ยกตัวอย่างผับในสกอตแลนด์เรียกชื่อพวกเขาว่า "ทีมเยอรมัน" หลังจากปฏิเสธที่จะพยายามสะกดชื่อสโมสรแห่งนี้

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
อันดับในลีก :  5
เทรนเนอร์ :  ปีเตอร์ บอสซ์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เชลซี

 

 

     การที่ทัพ "ห้างขายยา" ถูกเปรียบเทียบกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เพราะพวกเขามีนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงมากมาย แถมยังนำทีมลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์ และมีโอกาสได้ไปเล่นในฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลหน้าด้วย

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : สโมสรที่เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนในศึกบุนเดสลีกา ก่อนจะเงียบหายไป แต่สำหรับฤดูกาลนี้พวกเขากำลังทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว
 
ชาลเก้ 04
อันดับในลีก : 6
เทรนเนอร์ :  เดวิด วากเนอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : สเปอร์ส

    นี่ก็คืออีก 1 สโมสรใหญ่ มีสนามที่น่าเกรงขาม แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักในช่วงที่ผ่านมา

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : "ราชันสีน้ำเงิน" พยายามที่จะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังเมืองเบียร์ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังทำไม่สำเร็จ เนื่องจากฟอร์มของพวกเขายังขาดความคงเส้นคงวา แต่เรื่องความพยายามมีเต็มเปี่ยม
 
โวล์ฟสบวร์ก 
อันดับในลีก :  7
เทรนเนอร์ :  โอลิเวอร์ กลาสเนอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์

     เอาแบบง่ายๆเลยก็เพราะชื่อดันคล้ายๆ กัน แถมทั้งสองทีมยังทำผลงานได้ดี และยังไปได้สวยในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในฤดูกาลนี้

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : โฟล์คสวาเก้น ค่ายรถยนต์ชั้นนำ ซึ่งผลิตรถน่าสนใจมากมาย ให้การสนับสนุนสโมสรแห่งนี้ และพร้อมทุ่มเงินเพื่อสร้าง โวล์ฟสบวร์ก ให้เป็นสโมสรชั้นนำในลีกเมืองเบียร์

ไฟร์บวร์ก
อันดับในลีก : 8
เทรนเนอร์ :  คริสเตียน ชไตรช์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เบิร์นลี่ย์

     นี่เป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่ท้าทายหลังจากที่พวกเขาสร้างทีมด้วยสปิริต และพยายามผลักดันให้ทีมพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : สนามของพวกเขาเป็นแบบดั่งเดิม อาจจะไม่ได้ดูใหญ่โต แต่ยังคงมีมนต์ขลัง คงน่าเสียดายหากพวกเขาย้ายไปเล่นสนามอื่นในฤดูกาลหน้า
 
ฮอฟเฟ่นไฮม์ 
อันดับในลีก :  9
เทรนเนอร์ :  อัลเฟรด ชรอยเดอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เลสเตอร์ ซิตี้

 

    พยายามที่จะท้าทายอันดับท็อปโฟร์ และพร้อมลงทุนเมื่อจำเป็นต้องทำ

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : เป็นทีมที่มีอนาคต ค่อยๆ สร้างทีมจากระดับรากหญ้า ในปี 2000 จนกระทั่งได้ตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

โคโลญจน์ 
อันดับในลีก : 10
เทรนเนอร์ :  มาร์คุส กิสโดล
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

     สนามที่โดดเด่น แฟนบอลบ้าคลั่ง เป็นทีมที่เวลาเล่นดีก็ดีใจหายซะด้วย

     เหตุผลที่ควรสนับสนุน : มาสค็อต หรือตัวนำโชคของพวกเขาเป็นแพะที่ชื่อว่า "เฮนเนส" โดย ลูคัส โพดอลสกี้ อดีตกองหน้าของพวกเขารักเมืองนี้มากๆ ถึงขนาดลงทุนเปิดร้านเคบับที่นี่
 
ยูเนียน เบอร์ลิน 
อันดับในลีก :  11
เทรนเนอร์ :  อูร์ส ฟิชเชอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

     ได้เลื่อนชั้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และยังทำผลงานได้เซอร์ไพรส์สุดๆ ในบุนเดสลีกา

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : พยายามที่จะพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง โดยสนามเหย้าของพวกเขาในปัจจุบันมีการสร้างใหม่เพื่อแฟนบอล

ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต
อันดับในลีก :  12
เทรนเนอร์ :  อาดี้ ฮึทเทอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน

     นี่คงจะเป็นอันดับที่สูงที่สุดในตารางลีกของพวกเขา แต่บ่อยครั้งที่สโมสรแห่งนี้มักจะคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยมากกว่าแชมป์ลีก

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน :  เป็นสโมสรที่มีตำนานมากมาย และพยายามที่จะกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ
 
แฮร์ธ่า เบอร์ลิน
อันดับในลีก :  13
เทรนเนอร์ :  บรูโน่ ลับบาเดีย
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 

 

     สโมสรจากเมืองหลวง ลงเล่นในสนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม แต่บ่อยครั้งที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : พวกเขาสร้างสีสันให้วงการลูกหนังเสมอ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ทำเรื่องสุดช็อกกับสโมสรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ค

เอาก์สบวร์ก 
อันดับในลีก : 14
เทรนเนอร์ :    ไฮโค แฮร์ริช
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : ไบรท์ตัน หรือ วัตฟอร์ด

     สโมสรที่มุ่งมั่นจะอยู่รอดในลีกสูงสุด แต่ก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : แม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงา บาเยิร์น (อยู่ในแคว้นบาวาเรีย)แต่พวกเขาก็ยังทำผลงานได้น่าสนใจในบุนเดสลีกา แถมยังโดดเด่นในการตกแต่งแสงไฟให้สนามเหย้าดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
 
ไมนซ์ 05
อันดับในลีก : 15
เทรนเนอร์ : อาชิม ไบเออร์ลอร์เซอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : คริสตัล พาเลซ

     ก็ประมาณว่าเป็นทีมรองบ่อน แต่ก็สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องสู้กับทีมใหญ่

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : นี่คือสโมสรที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยค้าแข้ง และพัฒนาฝีมือการกุมบังเหียน โดยกุนซือจอมฉีกยิ้มเคยนำทีมขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุด และทำผลงานได้ดีเยี่ยม

ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ
อันดับในลีก :  16
เทรนเนอร์ :  อูเว่ รอสเลอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เซาธ์แฮมป์ตัน

     เป็นสโมสรที่เคยประสบความสำเร็จในยุค 70 โดยคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศมาแล้ว

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : หนึ่งในสโมสรเก่าแก่ของประเทศเยอรมนี แถมเมืองนี้ยังเคยมีซีรี่ส์ยอดฮิตทางจอแก้ว Auf Wiedersehen Pet และเป็นบ้านเกิดของ Kraftwerk วงแนวอิเล็กทรอนิค มิวสิค ในยุค 80 ซึ่งมีเพลงสุดฮิตอย่างเพลง The Model

แวร์เดอร์ เบรเมน
อันดับในลีก :  17
เทรนเนอร์ :  โฟลเรียน โคห์เฟลด์ท
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : แอสตัน วิลล่า

    เคยเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ ได้แชมป์มากมายในอดีต ด้วยขนาดทีมและสถานะของพวกเขา นี่คือสโมสรที่ไม่ควรจะต้องมาดิ้นรนหนีการตกชั้น

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : เบรเมน กำลังต้องพยายามอย่างหนักเพื่ออยู่รอดในบุนเดสลีกา พวกเขาเคยทำผลงานเป็นทีมระดับหัวแถว แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนะ

พาเดอร์บอร์น
อันดับในลีก :  18
เทรนเนอร์ :  สเตฟเฟ่น เบาม์การ์ท
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : นอริช หรือ บอร์นมัธ

    นี่คือทีมที่มีส่วนผสมของทั้งสองสโมสร โดยพวกเขาต้องพยายามดิ้นรนหนีการตกชั้นให้ได้

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : สโมสรที่ต้องการให้ทุกๆ คนช่วยสนับสนุน พวกเขาเพิ่งเลื่อนชั้นเมื่อปีที่ผ่านมาแถมมาในฐานะรองแชมป์ซะด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องเจอกับของจริง กระนั้นนี่คือทีมระดับรากหญ้าที่ไต่เต้าจากลีกล่างจนขึ้นมาลืมตาอ้าปากจนได้

อดีตโค้ชอียิปต์เผยซาลาห์ได้รับการติดต่อจากเรอัลมาดริดจริง

ฮานี่ย์ แรมซี่ย์ อดีตสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติอียิปต์เผว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เคยได้รับการติดต่อจาก เรอัล มาดริด เมื่อปี 2018 จริง หลังตอนนั้นเจ้าตัวนำ ลิเวอร์พูล ทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกแชมเปี้ยนส ลีก และผลงานส่วนตัวในซีซั่นนั้นยอดเยี่ยมเอามาก ๆ

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าของ ลิเวอร์พูล ระเบิดฟอร์มสุดยอดในฤดูกาล 2017/18 โดยซัดประตูในพรีเมียร์ลีก 32 ประตูและแอสซิสต์ได้อีก 10 ครั้ง แต่เจ้าตัวต้องมาอกหักในนัดชิงดำศึกถ้วยใหญ่ยุโรป เมื่อพ่ายต่อ เรอัล มาดริด 1-3 พร้อมกับได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่หลังโดน เซร์คิโอ รามอส เหนี่ยวล้มลงจนเล่นต่อไม่ไหว

    อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับบาดเจ็บแต่ ซาลาห์ ก็ยังมีชื่อติดทีมชาติอียิปต์ ชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และทำประตูได้ 2 ลูกแต่ชาติบ้านเกิดแพ้รวดทุกนัดและกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มแบบไร้แต้มกลับบ้าน

    ล่าสุด ฮานี่ย์ แรมซี่ย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติอียิปต์ ออกมาเผยตนเคยพูดคุยกับ ซาลาห์ ในเรื่องที่ว่า เรอัล มาดริด ติดต่อเข้ามาเพื่อดึงตัวไปร่วมทัพ ระหว่างช่วงเข้าแคมป์เก็บตัวที่ สวิตเซอร์แลนด์ โดยทาง แรมซี่ย์ เผยกับ OnTimes Sports ช่องโทรทัศน์ของอียิปต์ ว่าทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันจริง "ผมเคยได้คุยกับ ซาลาห์ และเขาก็บอกผมว่า เรอัล มาดริด ยื่นข้อเสนอมาให้เขา"

    "ข้อเสนอนั้นยอดเยี่ยมเอามาก ๆ แต่ ซาลาห์ เข้ามาพูดคุยกับผม และ คุณคูเปร์(กุนซือทีมชาติอียิปต์ในตอนนั้น) ซึ่งเขาก็ตัดสินใจจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล เพราะเขาพึงพอใจที่ได้อยู่ที่นี่"

    นอกจากนี้ แรมซี่ย์ ยังเผยว่า ซาลาห์ เป็นคนที่มีความพยายามเอามาก ๆ และมีเป้าหมายที่อยากจะแก้ตัวหลังในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทัพมัมมี่ กระเด็นตกรอบ 16 ทีมเมื่อปีที่แล้ว "ซาลาห์ เป็นคนที่ทะเยอทะยาน เขาบอกกับพวกเราว่าต้องการจะคว้าแชมป์ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 3 ครั้งติด ให้ได้เหมือนที่ อียิปต์ เคยทำได้ติดต่อกัน เมื่อปี 2006, 2008, 2010"

แฟนพรีเมียร์ลีกเฮลั่น!รัฐบาลอังกฤษเปิดไฟเขียวฟุตบอลกลับมาเตะ มิ.ย.



คอลูกหนังอังกฤษได้ยิ้มกว้าง เพราะล่าสุดรัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เกมฟุตบอลสามารถกลับมาแข่งขันได้ต่อตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งตอนนี้เหลือแค่การตัดสินใจของทาง พรีเมียร์ลีก เท่านั้น

    โอลิเวอร์ ดาวเด้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล, วัฒนธรรม, สื่อ และการกีฬา ยืนยันว่า ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และลีกล่างต่างๆ ประจำฤดูกาล 2019/20 สามารถกลับมาแข่งขันต่อได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ ดาวเด้น พูดในระหว่างการประชุมกับ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ), พรีเมียร์ลีก และ ฟุตบอลลีก อังกฤษ เกี่ยวกับแผนการที่จะกลับมาแข่งขันฟุตบอลอีกครั้ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยที่ทาง พรีเมียร์ลีก มีคิวประชุมใหญ่อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ เพื่อสรุป "โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท" และคาดว่าน่าจะกลับมาฟาดแข้งกันต่อได้ในวันที่ 12 มิถุนายน โดยเป็นการแข่งแบบสนามปิด 

    "เราทุกคนต่างเห็นด้วยที่จะให้เป็นไปตามนั้น ถ้าหากปลอดภัย เรื่องสุขภาพ และสวิสดิภาพของตัวผู้เล่น, โค้ช และสต๊าฟฟ์ทุกคน ต้องมาก่อน ตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานของฟุตบอลแล้ว ที่จะตอบตกลงและสรุปรายละเอียดต่างๆ ตามแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งมันเป็นผลดีโดยรวมต่อทั้งแฟนบอล, วงการฟุตบอล และประเทศชาติ ทางรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ต่างพร้อมที่จะให้คำแนะนำและสนับสนุนเกมฟุตบอลต่อไปเรื่อยๆ" ดาวเด้น ระบุ

    นอกจากนี้ ดาวเด้น ยังเน้นย้ำว่า ควรจะให้แฟนบอลได้รับชมการถ่ายทอดสดที่บ้านอย่างทั่วถึง และตรวจสอบให้แน่ใจว่า การกลับมาแข่งขันใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อด้านการเงินในวงกว้าง

บาเยิร์นเต็มสูบ! “เลวานดอฟสกี้-มุลเลอร์” กระสันซัดอูนิโอน รีสตาร์ทบุนเดสลีกา PPTV ยิงสด

เมื่อสถานการณ์การแพร่เชื้อ "โควิด-19" เบาบางลงลีกสูงสุดเมืองเบียร์กลับมาโม่แข้งกันอีกครั้ง…"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงเตรียมจัดหนักโดยมี  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ โธมัส มุลเลอร์ นำปิดสกอร์ เกมบุกเยือน อูนิโอน เบอร์ลิน ในศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS 2 (เวลา : 23.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563
อูนิโอน เบอร์ลิน   –   บาเยิร์น มิวนิค
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS 2 (เวลา : 23.00 น.)

สนาม :  สตาดิโอน อัน แดร์ อัลเท่น ฟอร์สเตราย

สภาพทีมโดยทั่วไป

อูนิโอน เบอร์ลิน

    อูนิโอน เบอร์ลิน ของเทรนเนอร์ อูร์ส ฟิสเชอร์ ภาพรวมฟอร์มในลีกกระเตื้องขึ้น โดยสภาพทีมนอกจากยังหมดสิทธิ์ใช้งาน มานูเอล ชมีเดบัค  (ฟื้นฟูความฟิต),  อกากี โกเกีย (กล้ามเนื้อ) และ โยชัว มีส์ (ต้นขา) แล้ว จะขาด มาร์วิน ฟรีดริช ที่ติดโทษแบนหลังสะสมใบเหลิองครบโควตา

    ภายใต้ระบบ 3-4-3  แผงหลังส่ง  โฟลเรียน ฮึบเนอร์ ลงประสานงานกับ เนเว่น ซูโบติช และ  เควิน ชเลิทเทอร์เบ็ค แนวรุกใช้ มาร์คุส อิงวาร์ทสัน, เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน และ มาริอุส บึทเลอร์ คอยเข้าทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค

    ฝั่ง บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค ที่เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว สภาพทีมยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า) กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งคู่  แต่จะได้  คิงส์เล่ย์ โกมัน กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ฟิตกลับคืนทีม

    ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 ทั้ง เลวานดอฟสกี้ กับ โกมัน จะคืนตัวจริงทันที  คู่เซนเตอร์แบ็กวาง เยโรม บัวเต็ง จับคู่  ดาวิด อลาบา แดนกลางมี  โยชัว คิมมิช รับหน้าที่คุมเกมร่วมกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า  และให้ , แซร์ช นาบรี , โธมัส มุลเลอร์ กับ โกมัน คอยปั้นเกม หน้าเป้าจัด เลวานดอฟสกี้ ล่าตาข่าย

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

     อูนิโอน เบอร์ลิน (3-4-3) : ราฟาล กีคีวิชซ์ –  เนเว่น ซูโบติช, เควิน ชเลิทเทอร์เบ็ค, โฟลเรียน ฮึบเนอร์ – คริสโตเฟอร์ ทริมเมิ่ล, โรเบิร์ต อันดริช, คริสเตียน เกนท์เนอร์, คริสโตเฟอร์ เลนซ์  – มาร์คุส อิงวาร์ทสัน,  เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน, มาริอุส บึทเลอร์
     เทรนเนอร์ : อูร์ส ฟิชเชอร์

     บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง , ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  -โยชัว คิมมิช, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์ช นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, คิงส์เล่ย์ โกมัน – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

    เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

ตราหมีปวดใจ! ‘เปามาร์ค’รับประตูรามอสชิง UCL ล้ำหน้า



อดีตเชิ้ตดำคนดังของอังกฤษ ยอมรับ ประตูของ เซร์คิโอ รามอส ในเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 2016 กับ แอต.มาดริด เป็นลูกล้ำหน้า

มาร์ค แคลทเทนเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินมือหนึ่งของอังกฤษ ยอมรับ ประตูของ เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2016 กับ แอต.มาดริด เป็นลูกล้ำหน้า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 15 โทนี โครส เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปในเขตโทษ แกเร็ธ เบล โหม่งเช็ดบอลเลยไปถึงรามอสล้มตัวชาร์จเข้าไป ซึ่งตอนนั้นยังไม่มี VAR ราชันชุดขาวจึงได้ประโยชน์ได้ประตูขึ้นนำ 1-0

"ในเกมนัดชิงวันนั้น เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 ในครึ่งแรก แต่ประตูนั้นมีการล้ำหน้าเล็กน้อย ผมเพิ่งมารู้ตอนพักครึ่ง" แคลทเทนเบิร์ก เขียนผ่านคอลัมน์ใน Daily Mail

"มันเป็นการตัดสินที่ยาก และผู้ช่วยของผมก็พลาด"

ขณะเดียวกัน แคลทเทนเบิร์กยังเล่าถึงจังหวะเป่าจุดโทษให้กับทีมตราหมี จากจังหวะที่ เปเป้ ขัดขา เฟร์นันโด ตอร์เรส ด้วยว่า "ผมเป่าจุดโทษให้แอต.มาดริดในช่วงต้นครึ่งหลัง ในจังหวะที่เปเป้ทำฟาวล์ตอร์เรส"

"เปเป้โมโหมาก เขาพูดกับผมเป็นภาษาอังกฤษที่ชัดมากว่า ‘ไม่มีทางเป็นจุดโทษ มาร์ค’ "

"ผมจึงตอบกลับไปว่า ‘ประตูแรกของนายก็ไม่ควรได้’ มันทำให้เขาเงียบไปเลย"

อย่างไรก็ดี อองตวน กรีซมันน์ ยิงจุดโทษลูกนั้นไปชนคาน แต่แอต.มาดริดตามตีเสมอจนได้จาก ยานนิค การ์รัสโก้ ในนาทีที่ 79 ก่อนทั้งสองทีมจะเสมอกันใน 120 นาที 1-1 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ ผลปรากฎว่า เรอัล มาดริด ยิงแม่นกว่าเอาชนะไปด้วยสกอร์ 5-3

ผู้รอดพ้น! กิ๊กส์เผยชื่อ4แข้งไม่เคยโดน’ไดร์เป่าผม’เฟอร์กี้

ลาลีกาเผยว่านักเตะ 5 คน มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แต่ไม่แสดงอาการ
ลาลีกา เปิดเผยว่าผลตรวจล่าสุดว่า มีนักเตะ 5 คน นับรวมทั้งในลาลีกา ซานตานเดร์ และลีกรองอย่าง ลาลีกา สมาร์ทแบงก์ ถูกพบว่าติดเชื้อโควิด-19

นักเตะทั้ง 5 ราย ที่ไม่เปิดเผยว่าเป็นใครบ้างตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสเปน มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แม้ไม่มีใครแสดงอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด โดยทั้ง 5 รายจะโดนส่งไปแยกกักตัว และจะถูกเรียกตัวมาตรวจเชื้อซ้ำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

"มีการตรวจพบผู้ป่วย 5 รายจากในสโมสร ลาลีกา ซานตานเดร์ และลาลีกา สมาร์ทแบงก์ ที่มีผลเป็นบวก พวกเขาทั้งหมดไม่มีอาการและอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเกิดโรค ซึ่งลาลีกาขอไม่เปิดเผยตัวตนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล" แถลงการณ์จากลาลีกา

ทั้งนี้ หลายสโมสรในสเปนเริ่มกลับมาฝึกซ้อมในสนามซ้อมบ้างแล้ว โดยลาลีกาวางแผนว่าจะสามารถกลับมาทำการแข่งขันได้อีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายนนี้

*ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า อัลฟอนโซ เปดราซา, ฆวนมี และ โจเอล โรเบลส สามนักเตะของเรอัล เบติส คือ 3 ใน 5 ของนักเตะลีกสเปนที่ติดเชื้อโควิด-19

 

บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดใจมีหนึ่งในดาวเตะ บาร์เซโลนา เป็นไอดอล

   บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดใจว่ามี อันเดรียส อิเนียสต้า ตำนานมิดฟิลด์ บาร์เซโลนา เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาฝีเท้า จากรายงานของ skysports.com เมื่อวันที่่ 4 พฤษภาคม 2563

        ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส ถือว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ แมนยู หลังย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา โดยแข้งวัย 25 ปีทำไปแล้ว 3 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ จากการลงเล่นทั้งหมด 9 นัดในสีเสื้อปีศาจแดง

        ซึ่งทาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็ยอมรับว่าสไตล์การเล่นของเขาส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการติดตามดูการเล่นของยอดนักเตะอย่าง อันเดรียส อิเนียสต้า "นักเตะที่ผมชื่นชอบ และมักติดตามดูฝีเท้าอยู่เสมอก็คือ อันเดรียส อิเนียสต้า เพราะ อิเนียสต้า คือการผสมผสานระหว่างนักเตะหมายเลข 8 กับ 10"

 

        "เขาเป็นผู้เล่นที่ชอบเรียกบอลอยู่เสมอ กล้าได้กล้าเสีย และผมคิดว่า อิเนียสต้า เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่เขาจบอาชีพของเขาโดยไม่ได้รางวัล บัลลง ดอร์ ทั้งที่เขาคว้าแชมป์มาอย่างมากมาย มันยากสำหรับผมที่จะเข้าใจ"

53 ยังแจ๋ว !! ชม เอริค คันโตน่า โชว์ลีลาการยิงประตูให้แฟน แมนยู หายคิดถึง



พาไปชมคลิป เอริค คันโตน่า อดีตเทพเจ้าของเหล่าสาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาโชว์ทักษะการยิงประตูแบบไม่ธรรมดาในวัย 53 ปี จากรายงานของ thesun.co.uk เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2563

        คันโตน่า ย้ายจาก ลีดส์ ไปอยู่กับ แมนยู เมื่อปี 1992 ก่อนจะฉายแสงกลายเป็นผู้เล่นระดับพระเจ้าของทีม และเป็นตำนานของ ปีศาจแดง จนถึงทุกวันนี้ กับผลงานพาทีมเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 4 สมัย และเอฟเอ คัพ 2 สมัย ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดแบบช็อกโลกด้วยวัยเพียง 30 ปี เมื่อปี 1997

        ล่าสุด ก็องโต ในวัย 53 ปี ได้อัดคลิปโชว์ลีลาลูกหนังด้วยการเดาะบอลหันหลังให้ประตูก่อนจะกระดกบอลข้ามไปอีกฝั่ง และหมุนตัวกลับไปวอลเลย์เต็มข้อบอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด

        คันโตน่า ได้โพสต์คลิปดังกล่าวผ่านทาง อินสตาแกรม ที่ผู้ติดตามกว่า 799,000 ฟอลโลว์ พร้อมกับข้อความระบุว่า "ยังคงฝึกซ้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดของผม"

        โดยมีแฟนบอลเข้าไปชื่นชมอดีตดาวเตะชาวฝรั่งเศสกันยกใหญ่ยกตัวอย่างเช่น "ยังคงสัมผัสบอลได้อย่างมหัศจรรย์", "คุณยังคงเป็น คิง เอริค", "กลับมาที่ แมนยู เถอะ แล้วสอนกองหน้าของเราด้วย" และ "สายตาจับจ้องที่ลูกบอลตลอด .. คุณยังคงเป็นพระเจ้า"